TEP BAR
Photograph: TEP BAR | Bar Thaitest in bangkok
Photograph: TEP BAR

ร้านอาหารและบาร์ไทยเทสรอบกรุง ที่มีอาหารและดนตรีดีๆ เป็นส่วนประกอบ

พิกัดร้านอาหารและบาร์ทั่วกรุง ที่หยิบจับทั้งรสชาติ สุนทรียะแห่งเสียงดนตรี และรากเหง้าทางวัฒนธรรมมารวมกันอย่างลงตัว

Yokploy Chandrabha
การโฆษณา

คำว่า ‘ไทยเทส’ (Thai Taste) ในพจนานุกรมของนักท่องราตรีและสายกินยุคนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การนั่งในร้านอาหารประดับลายกนกหรือเปิดเพลงบรรเลงขิมแผ่วๆ อีกต่อไป แต่มันคือศาสตร์และศิลป์แห่งการใช้ชีวิตของคนเมืองที่กล้าหยิบจับ ความโลคอลรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสตรีตฟู้ดรสจัดจ้านข้างทาง คลังแผ่นเสียงเพลงลูกกรุง-หมอลำเก่าเก็บ หรือแม้กระทั่งวิถีชีวิตในตรอกซอกซอยอันวุ่นวาย มาปัดฝุ่นและมิกซ์แอนด์แมตช์เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ จนเกิดเป็นคอมมูนิตี้แฮงเอาต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่ไม่เหมือนใคร

สิ่งที่ทำให้พิกัดเหล่านี้มีเสน่ห์จนเราต้องตกหลุมรัก คือการที่พวกเขาไม่ได้เสิร์ฟแค่ อาหารดีๆ ที่ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบและรสมือมาอย่างประณีตเท่านั้น แต่ยังมี ‘ดนตรี’ เป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนค่ำคืน ตั้งแต่เสียงสแครตช์แผ่นเสียงหมอลำ จังหวะโยกสนุกสนานแบบเร้กเก้-สการ์ ไปจนถึงท่วงทำนองเพลงไทยเดิมและแจ๊สบาร์สุดโรแมนติก

วันนี้เราเลยขออาสาพาทุกคนปักหมุดไปกับ 7 ร้านอาหารและบาร์ไทยเทสร่วมสมัย ที่รับประกันเลยว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นสายกินดื่มตัวยงหรือคอเพลงตัวจริง บรรยากาศของร้านเหล่านี้จะทำให้คุณต้องอยากกลับไปซ้ำอีกหลายๆ รอบแน่นอน

  • บางกะปิ

ร้านอาหารอีสานรสแท้ที่โต๊ะเต็มเร็วที่สุดในย่านบางกะปิ ชนิดที่ใครอยากสัมผัสความแซ่บต้องรีบพุ่งตัวไปหน้าร้านเท่านั้น! แม้ชื่อ ‘ฟังลำ’ จะถูกคิดไว้ตั้งแต่นานมาแล้วและถูกดองอยู่นานจนเจ้าของร้านไปปั้นร้านอื่นสำเร็จไปถึงสองแห่ง แต่สุดท้ายก็ถูกหยิบกลับมาทำเพราะเป็นสไตล์ที่ตรงจริตและเป็นตัวตนมากที่สุด ตัวร้านมาในสเปซสุดเท่ตกแต่งสไตล์ไทบ้านผสมไซต์งานก่อสร้างแบบดิบเปลือย ให้มู้ดเหมือนมานั่งกินลาบแกล้มเครื่องดื่มบ้านเพื่อน โดยชูเมนูเด็ดอย่าง ลาบ ก้อย ซอยจุ๊ และต้มแซ่บ ที่จัดจ้านตามแบบฉบับอีสานแท้ ทั้งเปรี้ยว เผ็ด เค็ม และสมุนไพรสดถึงใจ บรรยากาศในร้านม่วนซื่นขั้นสุด ร้องเพลงตามกันได้ทั้งร้านอย่างเป็นกันเอง ซึ่งถึงแม้จะเปิดบริการทุกวัน แต่ความเก๋คือในวันพุธร้านจะไม่มีทำอาหารเอง แต่เปิดพื้นที่ให้ลูกค้ามานั่งจิบเครื่องดื่ม ฟังเพลง และสั่งอาหารร้านข้างๆ เข้ามาทานร่วมกันได้ 

ที่ตั้ง: แฮปปี้แลนด์ ซอย 1 ย่านบางกะปิ เปิดบริการทุกวัน เวลา 18.00-01.00 น. ไม่รับจองโต๊ะและไม่มีเบอร์โทรศัพท์ ติดต่อได้ทาง Line Official: @funglambkk

  • พญาไท

ร้านชำเล็กๆ ติดถนนพญาไทที่กลายเป็นสเปซเยียวยาจิตใจสุดอบอุ่นของคนเมืองหลังเลิกงาน ที่นี่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมานั่งปล่อยใจ ดื่มเพื่อเป็นยารักษาใจให้หายเหนื่อย แล้วค่อยกลับไปสู้ต่อในเช้าวันใหม่ บรรยากาศของร้านเต็มไปด้วยความเป็นกันเองและความคลาสสิกของร้านชำสมัยก่อน มีกับแกล้มง่ายๆ แต่มากด้วยเสน่ห์ ในราคาที่เป็นมิตรสุดๆ จะมานั่งชิลกับแก๊งเพื่อนหรือมาคนเดียวก็นั่งเสพเสียงเพลงยามค่ำคืนได้แบบไม่มีเหงา บางคืนพื้นที่ในร้านจะค่อนข้างจำกัด แต่ก็มีเก้าอี้ขยายออกมารับลมริมฟุตบาท แถมยังสั่งปลาหมึกบดจากคุณลุงที่ขี่จักรยานมาจอดขายหน้าร้านเข้ามาแกล้มเครื่องดื่มได้ทันที 

ทีตั้ง: ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท (ติดถนนพญาไท) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00 - 01.00 น. โทร 082-954-0754

การโฆษณา
  • สาทร

สโมสรของคนรักส้มตำลาบก้อยย่านสาทรที่มาพร้อมอุดมการณ์สุดคูลว่า ‘เพราะทุกจานที่ลาบกรุง ต้องสะท้อนความต้องการของประชาลาบ’ ร้านอาหารอีสานบรรยากาศเป็นกันเองที่เริ่มต้นจากแพสชันความชอบทำอาหารอีสานของเจ้าของร้าน จนรสชาตินัวจัดจ้านถูกปากผู้คนและขยายความอร่อยออกไปถึง 2 สาขา เมนูไฮไลท์ที่มาแล้วต้องสั่งคือก้อยเสือคั่ว เมนูขึ้นชื่อรสเด็ดลงตัวตำปูปลาร้า รสนัวสะใจกินคู่กับข้าวเหนียวนุ่มๆ หรือจะลอง สเต็กกรุงเมลเบิร์น ที่ใช้เนื้อส่วนสันนอกวัวคุณภาพดีมาหมักและย่างจนหอมกรุ่น เหมาะกับการมานั่งจิบเก๊กฮวยเย็นๆ เปิดบทสนทนาชิลๆ กับแก๊งเพื่อนหลังเลิกงานในราคาที่เป็นมิตรต่อกระเป๋า 

ที่ตั้ง: ถ. จันทน์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร ในโครงการวนิลามูน กรุงเทพมหานคร 10120

เปิด เวลา 16.00-เที่ยงคืน โทร 083-876-6710

  • บางรัก

บาร์อีสานสุดเปรี้ยวใจกลางสาทร ซอย 12 ที่เป็นเสมือนบอร์ดรวบรวมป๊อปคัลเจอร์ไทบ้านในคราบร้านอาหาร! ตัวร้านโดดเด่นและจัดจ้านในทุกมิติ ทั้งกราฟิกฟอนต์สไตล์ลูกทุ่ง-ป๊อป สีสันฉูดฉาด และดีไซน์สุดกวนที่หยิบเอาท่อนเพลงคาราบาวผสมผสานกับกลิ่นอายความงามเวทีประกวดนางงามยุคเก่าได้อย่างมีเสน่ห์ แต่ความเก๋ของดาวรุ่งไม่ได้มีแค่แฟชั่น เพราะพวกเขาดึงเอาวิถีชีวิตสกลนครของจริงมาตกแต่งได้อย่างมีรสนิยม ทั้งเครื่องดักปลาไซไม้ไผ่ ขวดสาโทที่ตั้งเรียงราย และครัวกระจกที่มองเห็นไก่อบโอ่งหนังกรอบย่างควันฉุยสร้างบรรยากาศม่วนซื่น สไตล์อาหารเน้นรสจัดจ้านดุดันแบบอีสานป่าแท้ๆ ชนิดไม่รู้จักคำว่ารสเพียบ เมนูเด็ดที่ต้องลองคือส้มตำดาวรุ่ง ตำซั่วเส้นขนมจีนนุ่มๆ ที่ซึมซับความนัวของน้ำปลาร้าได้อย่างเข้มข้น เนื้อเสือร้องไห้ฉ่ำๆ ที่เข้ากันได้ดีกับสาโท และ ลาบหมูรสแซ่บ

ที่ตั้ง: สาทร ซอย 12 เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00-14.00 น. และ 17.00-เที่ยงคืน วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 11.00-เที่ยงคืน  โทร. 096-154-9696

การโฆษณา
  • Bangkok

ร้านส้มตำสุดจี๊ดสไตล์ Gen-Z บนชั้น 5 โครงการ Emsphere ย่านสุขุมวิท ที่มาพร้อมแท็กไลน์กวนๆ ว่า ‘Where the somtum is more violent than your ex’ ตัวร้านตกแต่งแบบจัดเต็มแนว maximalism เล่นใหญ่สไตล์ไทบ้านฟิวเจอร์ริสติก ตั้งแต่ม้าทองคำแขวนเพดาน สายมู โปสเตอร์หนังล้อเลียนหน้า เชฟแบงค์-วิชชณุ เปรมภักตร์ ไปจนถึงสังกะสีสตรีทดิบๆ อัดแน่นด้วยสปิริตความป๊อปแบบกวนๆ เมนูเด็ดต้องยกให้ ก้อยกุ้งก้อยใจ กุ้งสดเนื้อเด้งคลุกเครื่องก้อยรสจัดจ้าน และต้มแซ่บ ร้อนแรงคล่องคอ แถมบางวันยังมีดีเจและวงดนตรีสดมาร่วมสร้างดีกรีความม่วนซื่น 

ที่ตั้ง: ชั้น 5 อาคาร EmWonder โครงการ Emsphere เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.30 - 02.00 น. โทร 081-110-0569

  • วัฒนา

ร้านอาหารอีสานลุคอินเตอร์สุดเท่ย่านเอกมัย ที่สร้างเรื่องเล่าป๊อปๆ ผ่านตัวละครสมมติอย่าง ‘สมศักดิ์’ แท็กซี่ไทยในลอนดอนผู้ถูกหวยรางวัลใหญ่แล้วบินกลับมาเปิดร้านตามฝัน ตัวร้านโดดเด่นด้วยโทนสีชมพู-เหลืองจัดจ้านพร้อมไฟนีออนสไตล์โฟล์กป๊อป ที่นำเสนอเอกลักษณ์ความไทบ้านผสมผสานความสแว๊กระดับสากลได้อย่างลงตัว ผลงานจากทีมงานผู้อยู่เบื้องหลัง Fatboy Izakaya และ Kim Jeong Grill เมนูอาหารที่นี่คือการตีความรสชาติอีสานพื้นบ้านให้ออกมามีมิติและน่าตื่นเต้น ไฮไลท์เด็ดต้องยกให้ซี่โครงแกะหมักมะแขว่นย่างฉ่ำๆ หอมเครื่องเทศสมุนไพร และก้อยเนื้อย่างควันสไตล์ฟิวชัน เสิร์ฟพร้อมผักดอง ใบชะพลู ถั่วพริก และแจ่วรสเด็ด ถือเป็นสปอตแฮงก์เอาท์สุดคูลที่ผสมผสานคัลเจอร์อีสานเข้ากับวิถีคนเมืองได้อย่างลงตัว 

ที่ตั้ง: โครงการ Emsphere (หรือย่าน Ekkamai Corner) เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น. โทร 083-262-9154

การโฆษณา
  • จตุจักร

ถ้าคำว่า ‘ร้านลาบ’ ในหัวคุณคือเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงิน กับเพลงลูกทุ่งจากทีวีแขวนผนัง ‘สตูดิโอลาบ’ (StudioLarb) อาจทำให้ต้องรีเซ็ตภาพจำใหม่หมด เพราะร้านอาหารอีสานเล็กๆ แถวพหลโยธินแห่งนี้ หยิบจับเอาความนัวของอาหารอีสานรสมือพ่อแม่สูตรนครพนม มาไว้กับวัฒนธรรมฟังแผ่นเสียงได้เท่แบบโคตรเท่และไม่เหมือนใคร และทันทีที่เดินเข้าร้าน สิ่งแรกที่จะสะดุดตาคือกองแผ่นเสียง เฟอร์นิเจอร์วินเทจ และของสะสมสารพัดชิ้นที่เจ้าของร้านอย่าง ‘ตั้ม’ กับกลุ่มเพื่อน ช่วยกันจัดวางจนพื้นที่นี้ ให้อารมณ์เหมือนทั้ง listening bar และบ้านเพื่อนที่ชอบสะสมแผ่นเสียงดนตรี ภายในร้านจะมีการเปิดแผ่นสดๆ ตั้งแต่แจ๊ส ฮิปฮอป เร็กเก้ ลูกกรุง ไปจนถึงไทยเดิม 

ที่ตั้ง: 2/9 พหลโยธิน กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน (ปิดวันพุธ) เวลา 17.00 - เที่ยงคืน โทร. 064 586 6029

  • อารีย์

ถ้าค่ำคืนนี้ยังไม่มีแพลน ลองแวะไปใช้เวลากับบรรยากาศชวนเคลิ้มที่ Bar Lookkrung Ari บาร์ค็อกเทลสไตล์ไทยที่กำลังมาแรงในย่านอารีย์สัมพันธ์ กับคอนเซปต์ที่หยิบเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ยุคเก่ามาเล่าใหม่ผ่านทั้งรสชาติและเสียงเพลง ภายในร้านเสิร์ฟค็อกเทลที่ครีเอทจากสุราไทยพื้นบ้าน นั่งจิบเครื่องดื่มไปพร้อมกับเสียงเพลงลูกกรุงสดๆ ที่ช่วยเติมบรรยากาศให้ค่ำคืนนั้นอบอุ่นและมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น และจากกระแสตอบรับที่ดี ตอนนี้ทางร้านได้เพิ่มคืนดนตรีสดทุกวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป เหมาะสำหรับคืนชิลๆ ที่อยากพักใจและปล่อยตัวไปกับท่วงทำนองแบบไทยๆ ใจกลางเมือง ที่ อารีย์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ เปิดทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 17.00 - เที่ยงคืน และดนตรีสดมีทุกวันพุธ-เสาร์ เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป สำรองที่นั่งโทร 082 114 6339

การโฆษณา
  • คาเฟ่
  • รัตนโกสินทร์

ร้านนี้ตั้งอยู่แถวนางเลิ้ง คุณอาจจะเดินผ่าน Ssound namm ไปโดยไม่ได้คิดอะไร แต่ถ้าก้าวเข้าไปข้างใน คุณจะพบกับอีกโลกหนึ่งโดยสิ้นเชิง ที่นี่เป็นทั้งคาเฟ่และบาร์ฟังเพลง ที่อบอวลไปด้วยเพลงไทยยุค ’80s และ ’90s ซึ่งเปิดจากแผ่นเสียงของแท้อย่างที่ควรจะเป็น พื้นที่แห่งนี้เติบโตมาจากความหลงใหลส่วนตัวของเจ้าของร้านที่มีต่อเพลงไทยและการสะสมแผ่นเสียง ทำให้ร้านมีบรรยากาศที่เป็นกันเองและดูมีชีวิตชีวา มู้ดของร้านสบายๆ ลงตัวที่สุด คุณสามารถนั่งจิบกาแฟหรือมัทฉะ พลิกดูแผ่นเสียง หรือปล่อยให้พนักงานจัดการเรื่องเพลย์ลิสต์ก็ได้ เพลงที่เลือกมาเปิดจะวนเวียนอยู่ระหว่างเพลงสตริงคลาสสิก ลูกทุ่ง และหมอลำ ให้คาแรคเตอร์ความเป็นท้องถิ่นที่ชัดเจนแต่ยังคงรู้สึกแปลกใหม่สำหรับกรุงเทพฯ เครื่องดื่มเป็นแบบเรียบง่าย มีขนมโฮมเมดและของว่างจากร้านค้าในละแวกนั้นหมุนเวียนมาเสิร์ฟ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก บรรยากาศต่างหากที่ดึงดูดให้คุณอยู่ที่นั่น เป็นกันเอง ชวนให้นึกถึงวันวาน และเข้าถึงได้ง่ายสุดๆ

Ssound namm, ถนนจักรพรรดิพงษ์ เปิดทุกวัน 09.00 - 18.00 น. (ปิดทุกวันพุธ)

  • คาเฟ่และบาร์
  • สีลม

‘ศาลาเสน่ห์หา (Sala Saneha)’ หมุดหมายใหม่ใจกลางย่านสีลมที่ไม่ควรพลาด เพราะที่นี่ได้รับการนิยามให้เป็นคอมมูนิตี้ทางวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่าง โรงภาพยนตร์สแตนด์อโลน ห้องสมุด ร้านอาหาร และไวน์บาร์ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยตัวร้านตั้งอยู่ในอาคารเก่าแก่อายุกว่า 70 ปี ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ แต่ยังคงรักษาโครงสร้างดั้งเดิมเพื่อส่งต่อกลิ่นอายความคลาสสิกและชวนย้อนวันวาน พื้นที่ภายในอาคารแบ่งออกเป็นสัดส่วนอย่างน่าสนใจ ไฮไลต์สำคัญอยู่บริเวณชั้น 3 ซึ่งเป็น โรงภาพยนตร์ส่วนตัวขนาด 25 ที่นั่ง ถัดลงมาที่ชั้น 2 เป็นพื้นที่ของ ไวน์บาร์และห้องสมุด ในส่วนของบาร์มีคลังไวน์ที่คัดสรรมาจากทั่วโลกกว่า 2,000 ขวด รวมถึงเครื่องดื่มเหล้าไทยชั้นดี เสิร์ฟคู่กับเมนูอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารตะวันตกในประเทศไทยยุค 80-90 นำเสนอในรสชาติที่คุ้นเคยและมีความประณีต

ที่อยู่: 9/1 ถนน เดโช แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก เปิดให้บริการวันพฤหัส-วันจันทร์ เวลา 18.00 - เที่ยงคืน โทร: 063 946 8385

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา