BURNT
Photograph: BURNT | Premium Beef Sandwiches in Bangkok
Photograph: BURNT

7 แซนด์วิชเนื้อสุดพรีเมียมในกรุงเทพฯ ที่คนรักเนื้อต้องไปลอง

ลิ้มรสวากิวพาสตรามี ซอลต์บีฟ และคอร์นบีฟแบบจัดเต็มจากร้านแซนด์วิชเนื้อทั่วกรุงเทพฯ

Lalitphat Bumrungkarn
การโฆษณา

ตั้งแต่พาสตรามีวากิวชิ้นหนาชุ่มซอสบนขนมปังซาวโดวจ์ ไปจนถึงซอลต์บีฟเนื้อนุ่มที่จับคู่กับชีส หัวหอมผัดคาราเมล และน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิล แซนด์วิชเนื้อในกรุงเทพฯ วันนี้ไม่ใช่แค่มื้อกลางวันแบบง่ายๆ อีกต่อไป แต่เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ร้านอาหารหยิบมาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกส่วนเนื้อ วิธีหมัก ไปจนถึงขนมปังและซอสที่ใช้ประกอบกัน

ทั่วกรุงเทพฯ จึงเริ่มเห็นแซนด์วิชเนื้อหลากหลายสไตล์มากขึ้น ตั้งแต่พาสตรามีรมควัน ซอลต์บีฟ ไปจนถึงวากิวคอร์นบีฟ บางร้านยังคงกลิ่นอายเดลีแบบคลาสสิกด้วยมัสตาร์ด แตงกวาดอง และซาวร์เคราต์ ขณะที่บางร้านก็พาแซนด์วิชออกนอกกรอบด้วยเนื้อส่วนแก้ม เพสโตใบชิโสะ หรือซอสเธาซันด์ไอแลนด์สูตรเผ็ด

ก่อนจะไปทำความรู้จักกับทั้ง 7 ร้าน ขอแยกความแตกต่างของเนื้อแต่ละประเภทกันสักนิด ‘ซอลต์บีฟ (Salt Beef)’ และ ‘คอร์นบีฟ (Corned Beef)’ มีพื้นฐานคล้ายกัน คือใช้เนื้อส่วนอกหรือ Brisket นำไปหมักเกลือและปรุงจนเนื้อนุ่ม ชื่อเรียกและวิธีเสิร์ฟมักแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น ซอลต์บีฟในลอนดอนที่มักเสิร์ฟกับมัสตาร์ดและแตงกวาดอง หรือคอร์นบีฟที่เรียงซ้อนหนาเป็นชั้นในร้านเดลีของนิวยอร์ก ส่วนคำว่า ‘คอร์น (Corned)’ มาจากเม็ดเกลือขนาดใหญ่ที่ใช้ในการหมัก

ส่วน ‘พาสตรามี (Pastrami)’ คือเนื้อหมักที่นำมาคลุกเครื่องเทศแล้วรมควันต่อ จนได้กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเทกซ์เจอร์ที่เข้มข้นและรสเครื่องเทศชัดเจน

และนี่คือแซนด์วิชเนื้อที่คนรักเนื้อต้องไปลอง

  • Shopping
  • ห้างสรรพสินค้า
  • สยาม

ถ้ากำลังมองหาแซนด์วิชสำหรับมื้อพิเศษในช่วงสุดสัปดาห์ Smoked Joint by Chef Pam คือหนึ่งในร้านที่ควรปักหมุด ที่นี่เสิร์ฟพาสตรามีวากิวชิ้นโตบนขนมปังซาวโดวจ์ โดยนำเนื้อไปจุ่มในซอสเนื้อสูตรเฉพาะก่อนเรียงซ้อนกันจนพูน กลิ่นรมควัน ความเข้มข้นของเนื้อ และปริมาณแบบจัดเต็มทำให้แซนด์วิชชิ้นนี้กลายเป็นมื้อหลักได้แบบสบายๆ

กว่าจะมาเป็นพาสตรามีชิ้นนี้ เนื้อถูกหมักในน้ำเกลือนานถึง 5 วัน ก่อนนำไปรมควันต่ออีก 14 ชั่วโมง เสิร์ฟพร้อมโคลสลอว์และซอสชีส แต่พระเอกของจานยังคงเป็นพาสตรามีเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำที่มาแบบเต็มคำ

ราคา 895 บาทต่อชิ้น และมีจำหน่ายเฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์ ที่สาขาสยามพารากอน จำกัด 50 เสิร์ฟต่อวัน ใครอยากลองควรวางแผนมาแต่เนิ่นๆ 

ที่ ชั้น G โซน Food Hall สยามพารากอน เฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ (จำกัด 50 เสิร์ฟต่อวัน)

  • ร้านเบเกอรี่
  • หลังสวน

ถ้าอยากได้รสชาติแบบเดลีสไตล์ลอนดอน ลองแวะ That Salt Beef ในย่านหลังสวน ทางร้านใช้เนื้อส่วนอก (Brisket) หมักในน้ำเกลือและสมุนไพรนาน 7 วัน ก่อนนำไปปรุงอย่างช้าๆ อีก 6 ชั่วโมง จนได้เนื้อนุ่มที่ยังคงเทกซ์เจอร์ให้เคี้ยว ไม่ถึงกับเปื่อยยุ่ยจนเกินไป

เมนู That Classic Salt Beef มาในแบบเรียบง่ายด้วยแตงกวาดอง พริกฮาลาปินโญ และดิจองมัสตาร์ด ส่วนใครชอบรสชาติที่ซับซ้อนขึ้น ลอง Salt Beef & Apple Vinegar ที่เพิ่มหัวหอมผัดคาราเมล ชีสละลาย และน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิล ให้ทั้งความเค็ม หวาน และเปรี้ยวในคำเดียว

เมนูของร้านยังแทรกกลิ่นอายญี่ปุ่นเข้ามาเล็กๆ ทั้งขนมปังโชคุปังและมายองเนสคาราชิ โดยปัจจุบันร้านยังอยู่ในช่วง Soft Opening

ที่ ชั้น G โครงการ Velaa Sindhorn Village หลังสวน เปิดทุกวัน 09.00-18.00 น. (ออร์เดอร์สุดท้าย 17.30 น.)

การโฆษณา
  • Shopping
  • ห้างสรรพสินค้า
  • อโศก

DIEHARD เปิดโอกาสให้คุณเลือกส่วนเนื้อได้ตามสไตล์ที่ชอบ ตั้งแต่ Brisket, Navel ไปจนถึง Beef Cheek ก่อนจะเลือกท็อปปิงมาประกอบเป็นแซนด์วิชของตัวเอง

เมนูซิกเนเจอร์อย่าง Beef Cheek ผ่านการหมักนาน 6 วัน และรมควันอีก 24 ชั่วโมง การปรุงอย่างช้าๆ ช่วยให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพันนุ่มลงจนได้เนื้อสัมผัสฉ่ำและแทบละลายในปาก ส่วนใครที่ชอบความสมดุลระหว่างเนื้อและไขมัน Navel ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ

จากนั้นเลือกท็อปปิงได้ตามใจ ตั้งแต่ดิจองมัสตาร์ด โคลสลอว์ ซอสบาร์บีคิว ซาวร์เคราต์ รัสเซียนเดรสซิง ชีส ไปจนถึงน้ำผึ้ง จะจัดเต็มหรือเน้นความเรียบง่ายก็ได้ โดยราคาขึ้นอยู่กับส่วนเนื้อและท็อปปิงที่เลือก

ไซส์ Baby (เนื้อ 150 กรัม) เริ่มต้น 420 บาท ส่วน Regular (เนื้อ 200 กรัม) เริ่มต้น 520 บาทสำหรับ Brisket และ 450 บาทสำหรับ Navel ขณะที่ Beef Cheek (เนื้อ 320 กรัม) เริ่มต้น 950 บาท โดยยังไม่รวมท็อปปิงเสริม

ที่ Gourmet Market ชั้น LG ศูนย์การค้า Terminal 21 อโศก

  • ลุมพินี

แซนด์วิชซิกเนเจอร์ของ BURNT อัดแน่นไปด้วยพาสตรามีเนื้อวากิวไทยที่ทั้งฉ่ำและหอมกลิ่นรมควัน เสิร์ฟพร้อมฮันนีมัสตาร์ด แตงกวาดองทำเอง และชีส ปริมาณเนื้อที่ให้มาอย่างจุใจทำให้เครื่องเคียงต่างๆ ทำหน้าที่เสริมรสชาติได้อย่างลงตัว ร้านนี้เริ่มต้นจากการเป็นร้านแซนด์วิชเล็กๆ ในโครงการ Block 28 ก่อนจะขยายมาเปิดร้านเต็มรูปแบบที่ย่านงามดูพลี

พาสตรามียังคงเป็นเมนูสร้างชื่อและเป็นจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบหากคุณตั้งใจมาทานแซนด์วิช หากมื้อกลางวันของคุณต้องการอะไรที่มากกว่านั้น ทางร้านยังมีพิคานย่าย่าง แก้มวัว และเมนูคอมฟอร์ตฟู้ดอื่นๆ รวมถึงกาแฟและคราฟต์เบียร์ แต่การผสมผสานระหว่างเนื้อรมควัน ฮันนีมัสตาร์ด และแตงกวาดอง ก็เพียงพอที่จะทำให้คุณตกหลุมรักเมนูขนมปังของที่นี่แล้ว

ที่ 12 ถนนงามดูพลี ทุ่งมหาเมฆ สาทร เปิดทุกวัน 08.00 - 22.00 น. (ออร์เดอร์สุดท้าย 21.30 น.)

การโฆษณา
  • คาเฟ่
  • นานา

Two Men Bagel House หยิบวากิวคอร์นบีฟมาจับคู่กับเบเกิลเนื้อหนึบ ก่อนซ้อนด้วยซาวร์เคราต์รสเปรี้ยวและซอสสูตรเฉพาะในเมนู NY Corned Beef Stack นี่คือการนำไส้สไตล์เดลีที่คุ้นเคยมาสวมร่างใหม่ในเบเกิล โดยความนุ่มของเนื้อ ความเปรี้ยวของกะหล่ำปลี และความแน่นหนึบของแป้งช่วยสร้างสมดุลให้กันได้อย่างดี

แซนด์วิชชิ้นโตนี้เหมาะกับวันที่อยากได้อะไรหนักแน่นกว่าครีมชีสบนเบเกิลธรรมดา เพราะความหนึบของแป้งช่วยเบรกความเข้มข้นของเนื้อได้พอดี เมนูนี้มีจำนวนจำกัดต่อวัน แนะนำให้เช็กกับสาขาก่อนเดินทางไปลอง

ที่ สาขา Earth Ekkamai, ศาลาแดง และสุขุมวิท 31 เปิดทุกวัน 07.15-16.00 น. (ออร์เดอร์สุดท้าย 15.30 น.)

  • คาเฟ่
  • เอกมัย

Wagyu Reuben ของ Pinki's Deli อัดแน่นด้วยวากิวคอร์นบีฟ 120 กรัม ซาวร์เคราต์ โฮลเกรนมัสตาร์ด แตงกวาดอง และซอสสูตรเฉพาะของร้าน แต่สิ่งที่ทำให้แซนด์วิชนี้แตกต่างคือเพสโตใบชิโสะที่เข้ามาเติมกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นให้กับเมนูเดลีสุดคลาสสิก

ทางร้านใช้ขนมปังซาวโดวจ์เป็นเบส มัสตาร์ดและซาวร์เคราต์ให้รสเปรี้ยวแบบที่คุ้นเคย ขณะที่เพสโตใบชิโสะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและคาแรกเตอร์เฉพาะตัว ทำให้ Wagyu Reuben ของ Pinki's มีทิศทางแตกต่างจากเบเกิลของ Two Men อย่างชัดเจน แม้ทั้งคู่จะมีคอร์นบีฟเป็นพระเอกเหมือนกัน

เมนูนี้เปิดตัวในรูปแบบ Limited Drop ใครอยากลองจึงควรเช็กสถานะการจำหน่ายก่อนเดินทางไป

ที่ Central Embassy และ Earth Ekkamai (เมนู Wagyu Reuben วางจำหน่ายแบบ Limited Drop)

การโฆษณา
  • ร้านเบเกอรี่
  • เอกมัย

CRENN Bakery จับคู่พาสตรามีรสเข้มข้นกับกะหล่ำปลีม่วงดองและซอสเธาซันด์ไอแลนด์สูตรเผ็ดบนขนมปังซาวโดวจ์ กะหล่ำปลีช่วยเติมความเปรี้ยวสดชื่น ขณะที่ซอสเพิ่มทั้งความเผ็ดและสัมผัสครีมมี่ ทำให้รสชาติของเนื้อโดดเด่นโดยไม่หนักจนเกินไป

ทางร้านใช้เวลากว่า 7 วันในการเตรียมเนื้อ ตั้งแต่การหมักไปจนถึงการอบ และทำองค์ประกอบต่างๆ เองทั้งหมด ตั้งแต่พาสตรามี ขนมปังซาวโดวจ์ แตงกวาดอง ไปจนถึงซอส จึงได้แซนด์วิชที่สะท้อนความใส่ใจในทุกขั้นตอน

เมนูนี้ถูกนำเสนอในฐานะซาวโดวจ์ประจำเดือนของ CRENN จึงควรเช็กเมนูที่พร้อมเสิร์ฟในช่วงเวลานั้นๆ โดยเฉพาะหากกำลังเลือกระหว่างสาขากรุงเทพฯ และระยอง

ที่ เอกมัย ซอย 6 และสาขามาบตาพุด ระยอง (กรุณาตรวจสอบเมนูแซนด์วิชของแต่ละสาขาก่อนเข้าใช้บริการ)

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา